Update ล่าสุด.


อิสลามกำลังทะยานขึ้น PDF  | พิมพ์ |  อีเมล์

อิสลามกำลังทะยานขึ้น

Sample Image

ดร.มุรอด วิลเฟรด ฮอฟมานน์ เขียน
อัล อัค
แปลและเรียบเรียง


           อิสลามได้ทำสิ่งที่ไม่คาดคิด มันได้กลับมาอย่างตื่นตาตื่นใจ นับจากทศวรรษ 70 ของศตวรรษที่ 20 ใครจะคิดไปถึงว่าศาสนาที่ง่วงงุนจนอยู่ในสภาพที่ซึมเซาหยุดนิ่งในช่วง 400 ปีหลังจะกลับมาลักษณะนี้อีก แม้ว่าจะมีบุคคล อย่างเช่น อัล-ซิรฮินดีย ฺ[1] ชาฮ์ วาลียุลลอฮฺ [2] และมุฮัมมัด บิน อับดุล วะฮฺฮาบ[3]อยู่ก็ตาม แต่ใครจะคาดคิดได้ว่าศาสนาที่ผู้ดำเนินตามศาสนานี้ต่างก็ตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของยุโรปอันทรงพลังจะกลับมาอีกครั้ง? [4]

          นักบุรพคดีชาวตะวันตกที่ศึกษาอิสลามไม่ควรถูกตำหนิ เมื่อพวกเขาศึกษาอิสลามเสมือนหนึ่งพวกเขาเป็นนักชีววิทยาที่กระทำการศึกษา การหายไปของสิ่งมีชีวิตรูปแบบหนึ่งที่ถูกคุกคามจนม้วยมรณะไปในที่สุด ก็เพราะสำหรับพวกเขาแล้วอิสลามเป็นเพียงสิ่งที่น่าสนใจในแง่ประวัติศาสตร์ เท่านั้นเอง นักบูรพคดีชาวตะวันตกท่านหนึ่งคือ Max Henning ได้เผยแผ่คำแปลอัลกุรอานของเขามาเป็นภาษาเยอรมัน เขาได้เขียนไว้ในปี 1901 เอาไว้ในงานของเขาว่า “ปรากฏชัดแล้วว่า อิสลามไม่มีบทบาททางการเมือง

         นั่นจึงเป็นทรรศนะของทุกๆคน ไม่มีใครคิดว่าคนอย่าง อัล-อัฟฆอนียฺ และมุฮัมมัด อับดุฮฺ [5] จะเป็นผู้บอกถึงการตื่นตัวใหม่ของอิสลามไว้ล่วงหน้า ไม่มีใครมีใครเคยคิดมาก่อนว่า บุรุษผู้ทรงอิทธิพล อย่าง มุฮัมมัด อิกบาล[6], ฮะซัน อัล-บันนา[7], ซัยยิด กุฏบฺ[8], อบุล อะอฺลา อัล-เมาดูดีย[9] และมุฮัมมัด อะซัด[10] จะก่อให้เกิดการเศาะฮฺวะฮฺและนะฮฺเฏาะฮฺ[11] ให้แก่อิสลามขึ้นทั่วทุกมุมโลก

        แต่ -ไม่อยากจะเชื่อว่า - ทุกวันนี้ ไม่มีแม้แต่ประเทศเดียวในโลกใบนี้ที่เราจะไม่พบมุสลิมที่ปฏิบัติตามหลักการอิสลาม ตั้งแต่เกาหลีจนถึงโคลัมเบีย ตั้งแต่ไอซ์แลนด์จนถึงนิวซีแลนด์

        มุสลิมเมื่อ 100 ปีก่อนมีเพียง 1 ใน 7 ของมนุษยชาติ แต่วันนี้ได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ใน 5 ของประชากรโลก ทุกวันนี้ได้มีมัสญิดปรากฏในที่ต่างๆ เช่น ลอนดอน ปารีส โรม เวียนนา ลิสบอน ซาเกร็บ นิวยอร์ค และลอสเองเจลลีส ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เนื่องจากการอพยพเข้ามาของแรงงานและการดึงดูดใจของมหาวิทยาลัยต่างๆในโลกตะวันตก ทำให้มีมุสลิมหลายล้านคนในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ทุกๆที่อิสลามได้กลายเป็นศาสนาใหญ่อันดับสองของชุมชนเหล่านั้นไปแล้ว

       Sample Image หากใครเปิดอ่านหนังสือพิมพ์หรือหมุนช่องทีวีดูในทุกวันนี้ เว้นแต่มีประเด็นอิสลามอยู่ในนั้นเสมอ ขณะนี้และเพียงแค่ตอนนี้เราจะได้พบความมั่งคั่งของงานวรรณกรรมอิสลามคลาสสิกปรากฏอยู่ในภาษาหลักๆของยุโรปทุกภาษา อัลกุรอานเป็นหนังสือที่มีการแปลออกมาถี่มาก และยังเป็นหนังสือที่ถูกอ่านมากที่สุดในโลกอีกด้วย

เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้อยู่ระหว่างศตวรรษ 20 ศตวรรษแห่งอุดมการณ์ และเนื่องจากขบวนการเคลื่อนไหวเพื่ออิสลามบางกลุ่มได้มุ่งไปสู่เป้าหมายทางการเมืองเป็นหลัก และเนื่องจากมุสลิมบางคนอยู่ด้วยความสิ้นหวัง ซึ่งถูกผลักดันให้ใช้ความรุนแรง ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้เองที่อิสลามมักถูกอ้างให้เป็นอุดมการณ์หนึ่งบ่อยๆ

        อาจจะถูกต้อง หากว่าถูกอ้างในฐานะชุดความคิดที่ต้องการเคลื่อนกิจกรรมต่างๆบนโลกนี้ แต่กระนั้น เราต้องหลีกเลี่ยงการอ้างเช่นนี้ให้แก่ความศรัทธาของเรา เพราะคำว่าอุดมการณ์(ideology)* เป็นคำศัพท์ที่มีเค้าเฉพาะการเมืองและการมุ่งอยู่กับทางโลกเท่านั้น [12]

 ......................................

เชิงอรรถของบรรณาธิการ

       [1] นักฟื้นฟูคนสำคัญประมาณ 400 ปี ก่อนหน้านี้ ในอินเดีย สมัยจักรพรรดิอักบาร์แห่งราชวงศ์โมกุล เสียชีวิตปีค.ศ. 1625 มีบทบาทฟื้นฟูอิสลามที่ส่งผลกระทบต่อนักฟื้นฟูอิสลามรุ่นต่อมาอย่างลึกซึ้ง และประกอบกับการฟื้นฟูอิสลามของท่านอยู่ในช่วงปีฮิจเราะฮฺหนึ่งพัน ท่านจึงถูกขนานนามว่า มุญัดดิด(นักฟื้นฟู)แห่งพันปีที่สอง(ของฮิจญเราะฮฺ)
       [2] นักฟื้นฟูอิสลามอิสลามและนักคิดคนสำคัญของชมพูทวีป(ค.ศ.1703-1762) ถัดจากเชค ซิรฮินดียฺ ท่านเป็นคนร่วมสมัยกับเชคมุฮัมมัด บิน อับดุล วะฮฺฮาบ แต่ไม่เคยพบกัน มีอิทธิพลกับขบวนการอิสลามในยุคปัจจุบันในชมพูทวีปเป็นอย่างสูง
       [3] เชค มุฮัมมัด บิน อับดุล วะฮฺฮาบ(ค.ศ.1703-1787) นักฟื้นฟูอิสลามแห่งคาบสมุทรอาหรับ เป็นที่รู้จักกันดีอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
       [4] การมองประวัติศาสตร์อิสลามมีสองมุมมอง มุมหนึ่งมองจากอำนาจบนพื้นโลก ทำให้ประวัติศาสตร์อิสลามถูกอธิบายเป็นยุครุ่งเรืองและตกต่ำ อย่างไรก็ตาม การมองจากการฟื้นฟูอิสลาม อิสลามจึงไม่เคยตกต่ำ แม้แต่สองสามร้อยปีก่อนหน้านี้ อิสลามก็เริ่มต้นขยายตัวเข้าไปปักหลักมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกาตะวันตก และงานฟื้นฟูอิสลามของกลุ่มต่างๆในยุคเดียวกัน เช่น กลุ่มของชาฮฺ วาลียุลลอฮฺ ในอินเดีย, มุฮัมมัด บิน อับดุล วะฮฺฮาบ ในคาบสมุทรอาหรับ, อิหม่าม เชากานียฺ ในเยเมน, เชค อุษมาน ดานฟาดิโอ ในแอฟริกาตะวันตก มีอิทธิพลที่มากพอในการส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในบางระดับของสมัยนั้น ทำให้อิสลามยังคงยืนอยู่ได้ท่ามกลางการทดสอบที่รุนแรง และที่สำคัญอิทธิพลเหล่านั้นได้ส่งผลมาถึงยุคเราอย่างเห็นได้ชัด เพราะฉะนั้น ข้อสงสัยว่าทำไมอิสลามจึงกลับมาอีกครั้งนั้น มีคำตอบอยู่ในงานฟื้นฟูของกลุ่มทั้งหมดในภูมิภาคต่างๆนั้นเอง
      [5] ญามาลุดดีน อัล อัฟฆอนี(ตายปี 1897) มุฮัมมัด อับดุฮฺ(ตายปี 1905) สองท่านนี้เป็นอาจารย์กับศิษย์ มีฐานเคลื่อนไหวส่วนใหญ่ในอิยิปต์ แม้มีบางอย่างที่ผิดพลาดในการตีความคำสอนอิสลาม แต่ก็มิอาจมองข้ามความดีงามในการกระตุ้นโลกมุสลิมให้ตื่นตัวขึ้นมาบนพื้นฐานของคำสอนอิสลาม ดังอิทธิพลที่ปรากฏชัดในตัวของเชค มุฮัมมัด รอชีด รีฎอ(ตายปี 1935) ผู้เป็นศิษย์ของอับดุฮฺ ผู้นำการฟื้นฟูแนวทางสลัฟให้แก่โลกสมัยใหม่ และมีงานที่ส่งผลกระทบอย่างสูงแก่ผู้ก่อตั้งขบวนการภราดรภาพมุสลิม
      [6] กวีและนักคิดอิสลาม(ตายปี 1938) ชาวปากีสถาน เป็นที่รู้จักกันดีในระดับนานาชาติ แม้วิธีการเข้าหาคำสอนอิสลามบางอย่างจะถูกวิจารณ์(เช่น จากซัยยิด กุฏบฺ) แต่ก็ปฏิเสธบทบาทสำคัญของท่านในการปลุกเร้าทางปัญญาให้แก่ขบวนการตื่นตัวอิสลามไม่ได้

 

ShoutMix chat widget