~ Tools ~

?มากกว่า? การห้าม PDF  | พิมพ์ |  อีเมล์

มากกว่า การห้าม

 Sample Image

โดย อัล อัค
 

             
              สำนวนหนึ่งที่ผู้สนใจศึกษาหรืออ่านหนังสืออิสลามพบมากก็คือ จงออกห่าง…”  เป็นคำที่มาจากศัพท์กริยาภาษาอาหรับว่า อิจญะตะนะบะ หมายถึง ให้ไปอยู่อีกด้านหนึ่ง หรืออยู่คนละฟาก หรือในบางสำนวนใช้คำศัพท์อีกตัวหนึ่งในภาษาอาหรับที่ให้ความหมายว่า อย่าเข้าใกล้....ซึ่งมีความหมายเช่นเดียวกัน              
               
                ผมนำเรื่องนี้มาพูด มิใช่อะไรครับ ก็เพราะบางคนคิดเอาเองว่า สำนวน
 “จงออกห่าง... เป็นคำเบา ๆ ไม่ได้ห้ามแต่ให้ห่างเท่านั้นเอง

                ความจริงแล้ว สำนวนทำนองนี้ปรากฏอยู่ในอัล-กุรอานหลายที่ด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อกล่าวถึงความชั่วร้ายที่หนักหนาทั้งหลาย เช่น เมื่อกล่าวถึง ซีนา สุรา การพนัน บางที่ก็ใช้สำนวนนี้กับบาปใหญ่ทั้งหลาย ในบางที่ใช้สำนวนนี้กับฏอฆูต(เจว็ดทั้งหลาย) กล่าวได้เลยว่าSample Image สำนวนนี้ถูกนำมาใช้กับบาปใหญ่หรือเรื่องที่เป็นชิริก(ตั้งภาคี)เท่านั้น

                สำนวนนี้จึงเป็นการห้ามที่มีความหมาย มากกว่า การห้ามธรรมดา คือไม่เพียงแค่ห้ามมัน แต่ยังห้ามไปถึงสื่อหรือวิธีการต่าง ๆ ที่นำไปสู่มันอีกด้วย ดังที่อัล-กุรอานสั่งให้ออกห่างจากสุรา ซึ่งคำสั่งนี้ถูกเข้าใจดังคำพูดของท่านนบีที่ว่า อย่าดื่มมัน อย่านำพาหรือแบกหามมัน อย่าขาย อย่าซื้อ และอย่านั่งลงในวงที่ดื่มมัน

                เพราะฉะนั้น คนที่เข้าใจว่าสำนวน จงออกห่าง เป็นเรื่องเบา ๆ มิใช่ระดับการห้ามนั้น กำลังเข้าใจผิดใหญ่โตต่อความหมายของอัล-กุรอาน

อีกด้านหนึ่ง คนจำนวนไม่น้อยกลับไม่ให้ความสำคัญเท่าไรนักกับการ ออกห่าง หรือการสร้างวิถีชีวิตที่อยู่กันคนละฟากกับความชั่ว ดังตัวอย่างที่มุสลิมโดยทั่วไปไม่พอใจหากใครสักคนมานั่งดื่มเหล้าที่หน้า บ้าน หรือมีชายหญิงมานั่งพลอดรักกันที่ตรงประตูทางเข้าบ้าน นั่นคือเรารู้สึกไม่พอใจที่เห็นความชั่วในแบบตรงไปตรงมา แต่เรากลับรู้สึกธรรมดาที่พฤติกรรมเหล่านี้ปรากฏอยู่ในจอทีวีในบ้านเรา ในห้องลูกชายหรือลูกสาวเรา

สังคมเราทุกวันนี้จึงอ่อนแอมากในการสร้างพฤติกรรม ออกห่าง ให้กับคนรุ่นใหม่ ผมแปลกใจกับบางคนที่ต่อต้านซีนา(ผิดประเวณี) แต่เห็นว่าการเป็นแฟนกัน การไปติวหนังสือกันระหว่างชายหญิงเป็นเรื่องไม่เสียหายอะไร ผมไม่อยากบอกเลยว่า ซีนาในรั้วมหาวิทยาลัย มันพัฒนามาจากการติวหนังสือด้วยกันนั่นแหละ

ขอยกตัวอย่างให้เห็นชัดขึ้น กรณีของคนที่เป็นกระเทย(เกย์ ตุ๊ด หรืออะไรทำนองนี้)และต้องการเตาบัตหรือกลับเนื้อกลับตัว ผมรู้สึกเห็นใจครับ หลายคนพยายามปรับพฤติกรรม แต่หลายคนก็ต้องร้องให้ เพราะมันเลิกไม่ได้จริง ๆ ผมคิดว่าหลายคนที่เลิกไม่สำเร็จ มิใช่อะไรหรอกครับ เพราะเขาไม่เข้าใจว่า การเตาบัต(กลับเนื้อกลับตัว)นั้น ต้องสร้างพฤติกรรมใหม่ที่ไม่ให้ตกไปสู่ความผิดนั้นอีก ด้วยการสร้างพฤติกรรมที่ออกห่างหรือทำให้อยู่คนละฟากกับความผิด นั่นคือมันต้องอาศัยองค์ประกอบที่ Sample Imageมากกว่า การยุติการทำความผิดนั้น

พูดง่าย ๆ ว่า ถ้าการเลิกพฤติกรรมกระเทย โดยทำเพียงแค่การหยุดอากัปกริยาท่าทาง แต่ยังคงชอบคบหา
ใกล้ชิด กับเด็กผู้ชายหน้าตาหล่อ ๆ อยู่อีก คงเลิกยากละครับ !!!

ส่วนตัวผมแล้ว สังคมที่เน้นหนัก การห้าม แบบทื่อ ๆ นั้นเป็นสังคมที่สร้างความรู้สึกที่ตึงเครียด แต่สังคมที่มีความสุขสงบ คือสังคมที่เน้นหนักมาตรการที่ มากกว่า การห้าม

               ากประสบการณ์ที่เคยเจอ เมื่อพบว่าชายหญิงคู่ใดคบกันเป็น แฟน นั้น ยากเหลือเกินที่จะบอกให้เลิกแบบตรงไปตรงมาได้ ว่ากันว่าสภาพเช่นนี้เป็นดังเพื่อนผมบอกว่ายิ่งกว่า ติดยา เสียอีก แล้วเมื่อใดที่พวกเราพยายามให้เลิก ก็คล้าย ๆ กับต้องไปช่วยคนให้เลิกยาเลย

นอก จากนี้ สิ่งที่ต้องเจอต่อมาก็คือบรรยากาศเริ่มตึงเครียดมากขึ้น เพราะนอกจากจะไม่เลิกแล้ว ยังต้องเจอทั้งคู่นั่งกินข้าวด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน นั่งมอเตอร์ไซต์ซ้อนท้ายกัน และสารพัดกิจกรรมที่เห็นเคียงคู่กัน ก็ยิ่งสร้างความตึงเครียดให้กับทุกฝ่าย

บางคนที่เติบโตมาจากบรรยากาศอิสลามอาจไม่เข้าใจเรื่องนี้ บางคนอาจตั้งคำถามซื่อ ๆ ว่า อัลลอฮฺห้ามแล้ว ทำไมยังทำอีก? นี่เป็นคำถามที่ง่ายเกินไป ปราศจากการรับรู้ความจริงว่า บาปใหญ่ต่าง ๆ นั้น ผู้ใดได้เสพแล้วมักจะติด อย่าว่าแต่เรื่องผู้หญิง สุรา การพนันเลย แม้แต่เรื่องชิรกฺก็เถอะ ดังที่เราได้พบความจริงที่ว่าชาวบ้านมุสลิมจำนวนมากยึดติดกับการเชื่อโชค ลางอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จะแต่งงานก็ต้องดูวันดูฤกษ์ จะปลูกบ้านก็ต้องมีการลงเสาเอก ใครไปคัดค้านตรง ๆ ก็โดนข้อหาว่าเป็นพวกวะฮาบียฺ(ทำยังกับว่า อีหม่ามท่านอื่น ๆ ยอมรับเรื่องเหล่านี้อย่างนั้นแหละ)

แม้ เราต้องยอมรับว่า บางครั้งก็ต้องเผชิญหน้ากับความผิดใหญ่ ๆ ทั้งหลาย อย่างตรงไปตรงมา เพราะมันมาถึงหน้าบ้านหรือถึงตัวแล้ว เราจึงต้องเผชิญหน้ากับมันด้วยการห้ามที่หนักแน่น ดังเช่นเรายืนหยัดคัดค้านชิรกฺที่เข้ามาถึงบ้านเรา หรือมีคนเมาเดินเข้ามาในบริเวณบ้านเรา

แต่ในการแก้ปัญหาระยะยาวหรือแบบครอบคลุมในสนามทั่วไป เราต้องการเครื่องมือหรือมาตรการที่ มากกว่า การห้าม  หรือทำอย่างไรที่เราจะสร้างมาตรการที่ให้ ออกห่าง หรือ อยู่กันคนละฟาก กับพฤติกรรมที่ผิด ๆ ทั้งหลายที่สังคมทั่วไปเสพมันติดไปแล้ว

นี่คือโจทย์ที่ท้าทายยิ่ง สำหรับนักดะอฺวะฮฺทั้งหลาย !!!

…………………….