Update ล่าสุด.


ฉันจะต้องสารภาพไหม ? PDF  | พิมพ์ |  อีเมล์

ฉันจะต้องสารภาพไหม ?



โดย ชัยคฺ มุฮัมมัด ศอลิหฺ อัล-มุนัจญิด
อิบนุ อับดุรรอูฟ  แปลและเรียบเรียง

คำถาม: ฉัน อยากกลับตัว แต่ทว่ามันจำเป็นสำหรับฉันหรือไม่ที่จะต้องไปสารภาพบาปต่าง ๆ ที่ฉันได้กระทำลงไป? ส่วนหนึ่งของเงื่อนไขในการกลับเนื้อกลับตัวของฉัน คือการไปยืนยันต่อหน้าผู้พิพากษาในศาลต่อทุก ๆ สิ่งที่ฉันได้กระทำไปหรือไม่? และฉันต้องเรียกร้องให้มีการใช้กฎหมายฮุดูด(กฎหมายอาญาในอิสลาม)กับฉันด้วย หรือไม่? แล้วเรื่องเล่าเกี่ยวกับการกลับเนื้อกลับตัวของ มาอิซ การกลับตัวของผู้หญิงคนหนึ่ง และผู้ชายที่ได้จูบผู้หญิงในสวน (ซึ่งทั้งหมดได้สารภาพผิด) ทั้งหมดนี้หมายความว่าอย่างไร?

ตอบ: ฉัน ขอกล่าวกับท่าน โอ้ พี่น้องมุสลิม การติดต่อของบ่าวคนหนึ่งต่อพระเจ้าของเขา โดยปราศจากตัวกลางใด ๆ ทั้งสิ้น ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นเลิศในหลักการเตาฮีด(การให้เอกภาพต่ออัลลอฮฺ )อันยิ่งใหญ่  ซึ่งอัลลอฮฺ พึงพอพระทัยกับการติดต่อเช่นนี้

และเมื่อบ่าวของข้าถามเจ้าถึงข้าแล้วก็(จงตอบเถิดว่า) แท้จริงข้านั้นอยู่ใกล้ ข้าจะตอบรับคำวิงวอนของผู้ที่วิงวอน เมื่อเขาวิงวอนต่อข้า (อัล-กุรอาน 2:186)

หากเราศรัทธาว่า การกลับเนื้อกลับตัวนั้น กระทำเพื่ออัลลอฮฺ  เท่านั้น ดังนั้น การสารภาพก็ย่อมกระทำเพื่ออัลลอฮฺเช่นกัน ในบทดุอาอ์ที่เรียกว่า ซัยยิดุล อิสติฆฟารฺ (นายแห่งการขออภัยโทษ)ส่วนหนึ่งระบุเอาไว้ว่า

(( ... ??????? ???? ???????????? ??????? ????????? ???? ????????? ... ))

ฉันขอกลับตัวต่อพระองค์ ด้วยความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อฉัน ฉันขอกลับตัวจากบาปของฉัน

หมายถึง การสารภาพต่ออัลลอฮฺ  เท่านั้น

เรามิได้เป็น ด้วยการสรรเสริญต่ออัลลอฮฺ  เป็นเช่นชาวนะศอรอ(บางนิกาย) ที่ต้องอาศัยพระ ต้องมีเก้าอี้สารภาพบาป ต้องมีเอกสารสารภาพผิด ...

แต่ทว่า แท้จริงอัลลอฮฺ  ตรัสไว้ว่า

พวกเขาไม่รู้ดอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงรับการสำนึกผิดจากปวงบ่าวของพระองค์ ... (อัล-กุรอาน 9:104)

หมายถึง ต่อบ่าวของพระองค์นั้น ปราศจากสิ่งขวางกั้นใด ๆ ทั้งสิ้น

สำหรับ กรณีของการใช้ฮุดูด(กฎหมายอาญาในอิสลาม) นั้น ถ้าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ไปถึงอิมาม ผู้ปกครอง หรือผู้พิพากษา ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่คน ๆ นั้นจะไปหาพวกเขาและสารภาพ ใครก็ตามที่อัลลอฮฺได้ปกปิดบาปของเขาไว้ ก็ย่อมไม่มีโทษอันใดที่เขาจะพึงปกปิดบาปของเขาต่อไป การกลับเนื้อกลับตัวของเขาย่อมพอเพียงแล้วที่จะอยู่ระหว่างเขากับอัลลอฮฺ เท่านั้น ส่วนหนึ่งของพระนามของอัลลอฮฺ คือ อัล-สัตตีรฺ (ผู้ปกปิด) นั่นคือ พระองค์ทรงรักการปกปิดให้กับบ่าวของพระองค์

กรณี ของเศาะฮาบะฮฺ เช่นท่านมาอิซ ผู้หญิงคนหนึ่ง(จากเผ่าฆอมิดียฺ)ที่ได้ทำซีนา และผู้ชายที่ได้จูบผู้หญิงในสวน ดังนั้น พวกเขาได้รับความพึงพอพระทัยจากอัลลอฮฺ พวกเขาได้กระทำเรื่องที่ไม่ได้เป็นการบังคับสำหรับพวกเขาเลย สิ่งที่เกิดขึ้นก็เพราะความมุ่งมั่นจดจ่ออย่างแรงกล้าในการชำระตัวของพวกเขา ให้บริสุทธิ์ ดังปรากฏหลักฐานที่ท่านมาอิซมาหาท่านนะบี ท่านนะบีได้หันหลังให้เขา ส่วนกรณีของผู้หญิงนั้นท่านก็กระทำเช่นเดียวกันในตอนแรก และเช่นเดียวกับคำกล่าวของท่านอุมัรที่มีต่อผู้ชายที่จูบผู้หญิงในสวนที่ว่า แน่นอน อัลลอฮฺได้ปกปิดให้ท่านแล้ว ท่านก็ควรปกปิดให้กับตัวเอง และท่านนบี ก็นิ่งเงียบด้วยการยอมรับกับความเห็นดังกล่าว

ดัง นั้น จึงไม่มีความจำเป็นที่จะไปยังศาลเพื่อลงชื่อสารภาพอย่างเป็นทางการใด ๆ เลย หากบ่าวคนหนึ่งทำบาปลงไป แล้วอัลลอฮฺได้ปกปิดให้แก่เขาแล้ว เช่นเดียวกันก็ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะไปหาอิมามมัสญิด เพื่อขอให้มีการใช้บทลงโทษ(ฮุดูด) และไม่ต้อไปขอให้เพื่อนช่วยโบยในบ้าน ดังได้เกิดขึ้นในความคิดของบางคน

            จุดยืนของคนโง่เขลาบางคนที่มีต่อผู้ที่กลับเนื้อกลับตัวได้เกิดขึ้นนั้น คล้ายคลึงกับเรื่องเล่าต่อไปนี้

มีคนทำบาปคนหนึ่งได้ไปหาอิมามมัสญิดผู้โง่เขลา แล้วเขาได้สารภาพกับอิมามคนนี้ในบาปต่าง ๆ ที่เขาได้กระทำลงไป และเขาได้ขอให้อิมามแก้ปัญหาให้ด้วย อิมามคนนี้ได้บอกเขาว่า อันดับแรก ท่านจะต้องไปที่ศาล แล้วสารภาพความจริง การลงโทษ(ฮุดูด)ก็จะจัดให้แก่ท่าน จากนั้น เรามาดูว่า จะทำอย่างไรกับท่านต่อไป ชายผู้น่าสงสารคนนี้ไม่สามารถกระทำตามคำแนะนำของอิมามคนนี้ได้ เขาจึงละทิ้งการกลับเนื้อกลับตัว และหันกลับไปอยู่ในสภาพที่เขาเคยเป็นมา

ฉัน ขอถือโอกาสนี้กล่าวเพิ่มเติมว่า โอ้ มุสลิมทั้งหลาย แท้จริงการมีความรู้ในกฎต่าง ๆ ของศาสนานั้นเป็นอมานะฮฺ(ความรับผิดชอบ) การหาความรู้จากแหล่งอ้างอิงที่ถูกต้องนั้นก็เป็นอมานะฮฺ อัลลอฮฺ  ตรัสไว้ว่า

... ดังนั้น พวกเจ้าจงถามบรรดาผู้รู้ (อัล-กุรอาน 16:43)

... พระผู้ทรงกรุณาปรานี ดังนั้นจงถามผู้รู้เกี่ยวกับพระองค์ (อัล-กุรอาน 25:59)

ผู้ ตักเตือน(วาอิซ)ทุกคน หาได้เหมาะจะให้การฟัตวา(ข้อชี้ขาดเรื่องปัญหาศาสนา)ได้ไม่ อิมามมัสญิดหรือมุอัซซินทุกคนหาได้เหมาะจะให้ข้อมูลในกฎต่าง ๆ ทางชะรีอะฮฺที่เกี่ยวข้องกับประเด็นต่าง ๆ ของผู้คนไม่ นักวรรณกรรมหรือนักเล่าเรื่องทุกคนหาได้เหมาะที่จะเป็นผู้ออกฟัตวาไม่ มุสลิมต้องเป็นผู้มีความรับผิดชอบต่อผู้ที่เขาไปยึดฟัตวานั้นมา นี่คือปัญหาในเชิงการเคารพภักดี(ตะอับบุดียะฮฺ) ท่านนบีฯได้หวั่นเกรงต่ออุมมะฮฺเกี่ยวกับเรื่องของบรรดาผู้นำที่ทำให้ผู้ อื่นหลงผิด ชาวสลัฟท่านหนึ่งได้กล่าวว่า แท้จริงความรู้นี้นั้นเป็นศาสนา ดังนั้น พวกท่านพึงพิจารณาว่า จากใครกันที่พวกท่านได้ยึดศาสนามา

โอ้ บ่าวของอัลลอฮฺ พวกท่านพึงระวังจากหลุมพราง และพึงถามผู้ทรงความรู้ในสิ่งที่จะสร้างความคลุมเคลือแก่พวกท่าน

อัลลอฮฺ เท่านั้นคือที่มาแห่งการช่วยเหลือ

............................................................
http://tawbah.org/index.php?option=com_content&task=view&id=33&Itemid=28

 

ShoutMix chat widget